คลังเก็บหมวดหมู่: ไม่มีหมวดหมู่

เพิ่มศักยภาพของธุรกิจด้วยปลดล็อกข้อมูล

คุณรู้หรือไม่? การเรียกดูข้อมูลแบบ Real time ถือเป็นมิติใหม่ที่สามารถสร้างความแตกต่างจากธุรกิจแบบเดิมๆ ได้โดยสิ้นเชิง จากการใช้กลยุทธ์ทำเลที่ตั้ง องค์กรสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากทั้งลูกค้าและปัจจัยภายนอกได้ทันท่วงที ทั้งนี้…เมื่อมีการนำข้อมูลธุรกิจผนวกเข้ากับข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ อาทิ สำนักงานสำมะโนประชากร อาจทำให้เราสามารถคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในตลาดทั้งระดับท้องถิ่นและภาพรวมตลาดขนาดใหญ่

จากข้อมูลของบริษัท Planet Fitness of Maryland ซึ่งเริ่มการวิเคราะห์ทำเลที่ตั้งและฐานที่อยู่ของสมาชิกประจำ โดยให้รหัสสีที่อยู่ของสมาชิกฟิตเนสตามลำดับการเข้าร่วม ก็ทำให้เราเห็นรูปแบบทางภูมิศาสตร์ที่แสดงโอกาสทางการตลาดของบริษัทในการขยายธุรกิจไปยังพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อรองรับการขยายตัวของสมาชิก ถือเป็นการยืนยันประโยชน์จากการใช้ข้อมูลเชิงลึกจากการสร้างแผนที่เสมือนจริง

ทั้งนี้ ความสำคัญของการผนวกข้อมูล Big Data เข้ากับการวิเคราะห์แบบ Real time จนนำมาสู่กลยุทธ์การเลือกทำเลที่ตั้ง จะช่วยให้องค์กรตลอดจนบุคลากรสามารถเห็นแนวทางการบริหารจัดการและหาคำตอบสนับสนุนการตัดสินใจในทุกๆ วัน รวมถึงสามารถปรับและพัฒนากลยุทธ์เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ดีและรวดเร็วขึ้นจากการวิเคราะห์ผลกระทบที่มีต่อธุรกิจ สามารถเข้าใจการบริหารจัดการงานในปัจจุบัน ทั้งยังช่วยให้ผู้บริหารสามารถลดความกังวลที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต จากการเข้าถึงข้อมูลและวางแผนอนาคตทางธุรกิจอีกด้วย

การเลือกซื้อกล้องวงจรปิดนั้นหลายคนต้องการกล้องวงจรปิดที่ดี ทนทาน คุณภาพสูงและราคาถูก

ในการเลือกซื้อกล้องวงจรปิดนั้นหลายคนต้องการกล้องวงจรปิดที่ดี ทนทาน คุณภาพสูงและราคาถูก ซึ่งส่วนหญ่มักไม่เป็นแบบนั้น กล้องวงจรปิดที่คุณภาพสูงก็มักจะมีราคาสูงตามคุณภาพไปด้วย สมัยก่อน กล้องวงจรปิดที่นิยมใช้งานกัน ส่วนมากจะเป็นระบบ Analog ความละเอียดก็พัฒนากันไปในรูปแบบความละเอียดที่เรียกว่า TVL หรือ TV Line เช่น 480TVL , 600TVL , 700TVL เป็นต้น ยิ่งตัวเลขมาก ยิ่งมีความละเอียดมาก ซึ่งเป็นความละเอียดสูงสุดของกล้องแต่ละตัวตามที่มันระบุไว้ แต่กล้องที่มีความละเอียดมากไม่ได้หมายความว่าจะบันทึกได้ชัดเจนเพราะว่าการบันทึกขึ้นอยู่กับระบบของเครื่องบันทึกว่าสามารถบันทึกได้ที่ความละเอียดเท่าไหร่ ซึ่งเครื่องบันทึกส่วนใหญ่จะสามารถเลือกความละเอียดในการบันทึกได้ ดังนั้นถ้าหากต้องการความละเอียดมากก็ต้องใช้กล้องวงจรปิดและเครื่องบันทึกที่บันทึกความละอียดสูงได้ แต่ยิ่งความละเอียดสูงมากก็จะทำให้หน่วงควาจำของฮาร์ดดิสเต็มเร็วขึ้น จึงควรดูระยะเวลาที่เราต้องการเก็บภาพไว้ไม่อย่างนั้นเวลาจะมาดูย้อนหลังอาจจะไม่มีภาพแล้วก็ได้

ต่อมา เทคโนโลยี Analog จะมาถึงทางตัน ในการทำภาพความคมชัดสูง จึงมาถึงยุคกล้อง Digital หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า IP Camera ซึ่งพัฒนาในเรื่องความละเอียดภาพเป็นแบบ Pixel เช่น 1M , 1.3M , 2M , 5M เป็นต้น และเช่นกัน ตัวเลขยิ่งมาก ยิ่งคมชัดมาก ทลายข้อจำกัดหลายๆ อย่างที่ Analog ทำไม่ได้ แต่ก็ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก เนื่องจากราคา ที่ค่อนข้างสูง และการติดตั้ง และตั้งค่าระบบต้องใช้ความรู้มากกว่าแบบ Analog การต่อพ่วงเป็นระบบบันทึก ยิ่งต้องมีความรู้ในเรื่อง network พอสมควร

ต่อมาระบบ Analog ยังไม่ตาย แต่ได้มีการพัฒนาขึ้นให้มีความคมชัดได้มากขึ้น เรียกระบบนี้ว่า Analog HD ละกัน ซึ่งระบบ Analog HD ก็มีผู้พัฒนาหลักๆ ที่เป็นมาตรฐาน ไม่กี่เจ้า ก็ตั้งชื่อเรียก เทคโนโลยีของตัวเองเช่น HD-CVI , HD-TVI , HD-SDI , AHD เป็นต้น โดยส่วนมากจะใช้ข้ามเทคโนโลยีกันไม่ได้ แต่หลังๆ เท่าที่ได้ใช้งาน คนนิยมกันมากก็คือ HD-TVI Analog HD กลับมาเป้นที่นิยมอีกครั้ง เนื่องจากสามารถนำมาติดตั้งแทนระบ Analog เดิม ได้เลย ทำให้ผู้ที่มีกล้องในระบบ analog เดิม สามารถประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนเป็นระบบ Analog HD เพราะถ้าเปลี่ยนเป็นนระบบ IP Camera นอกจากจะต้องเปลี่ยนอุปกรณ์แล้ว ระบบสายสัญญาณทั้งหมดก็จะต้องถูกปรับเปลี่ยนไปด้วย

ตอนนี้ระบบ Analog ยังพัฒนาขึ้นมาเป็นระบบ AHD (Analog High Definition)ที่มีความละเอียดภาะแบบFull HD ทำให้มีความคมชัดเทียบเท่ากับกล้อง IP ข้อดีของระบบ AHD นี้ยังสามารถรวมเอาทั้ง 2 ระบบเข้ามาไว้ได้วยกันได้ทำให้ผู้ใช้ที่สามารถใช้กล้องวงจรปิดทั้ง 2 ระบบ ได้โดยใช้เครื่องบันทึกเพียงตัวเดียว แต่เมื่อใช้ทั้ง 2 ระบบพร้อมกันจะให้ความละเอียดของภาพลดลง เมื่อเทียบกล้องวงจรปิดระบบ AHD กับ กล้องวงจรปิด IP แล้ว ระบบ AHD จะมีราคาถูกกว่าและการติดตั้งจะเหมือนระบบ Analog ทำให้ผู้ที่ใช้ระบบ Analog เดิมสามาถเปลี่ยนเป็นระบบ AHD ได้อย่างง่ายดาย แต่เรื่องความคมชัดยังไม่สามารถสู้กล้องวงจรปิด IP ได้เพราะตอนนี้กล้องระบบ AHD มีความละเอียดแค่ 2M ในขนาดที่กล้อง IP มีความละเอียดสูงกว่ามาก แต่ถ้าเทียบในราคาเท่ากันกล้องวงจรปิด AHD ย่อมคุ้มค่ากว่าสำหรับคนที่ไม่ได้ต้องการความละเอียดสูงมากนัก

คุณสมบัติของเนื้อผ้าสำหรับเสื้อผ้าเด็ก

เสื้อผ้าที่ทุกท่านเลือกซื้อสำหรับ ลูกน้อยนั้น โดยเฉพาะ เสื้อผ้าเด็กอ่อน นอกจากความสวยงามในการออกแบบ ยังมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึง และ ให้ความสำคัญ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือ คุณสมบัติของเนื้อผ้า และ สีทีใช้ย้อมค่ะ ในที่นี้เราจะกล่าวถึง ผ้าฝ้าย Cotton 100% เป็นหลัก เพราะเป็นผ้าที่นิยมนำมาตัดเย็บชุดเด็ก เสื้อผ้าเด็ก โดยเฉพาะเด็กอ่อนแรกเกิด

ประเภทของผ้าแยกตามส่วนผสม

1. ผ้าฝ้าย Cotton 100% จะระบายความร้อนได้ดี สวมใส่สบายไม่อึดอัด และซับเหงื่อได้ดี ราคาสูง

2. ผ้า CVC ( Cotton 60%+ Polyester 40%)

3. ผ้า TC ( Cotton 35%+Polyester 65%)

4. ผ้า TK ( Polyester 100%)

ผ้าที่มียิ่งมีส่วนผสมของ Polyester มากเท่าไหร่ คุณสมบัติเรื่องการระบายความร้อนก็จะด้อยลง รู้สึกไม่สบายตัวเมื่อสวมใส่ แต่จะคงรูปได้ดี และราคาก็จะถูกลงตามสัดส่วนของ Polyester

การแบ่งเกรดของผ้าฝ้ายตามขบวนการผลิต

1. Cotton Comp ( Cotton 100%) ผ่านกระบวนการที่มีความสลับซับซ้อน ละเอียดอ่อน ผลผลิตที่ได้ จะได้เส้นด้ายที่มีขนาดเล็ก ( เบอร์ 32 ขึ้นไป )และมีความบริสุทธิ์ สูง เมื่อนำมาทอเป็นผืนผ้า จะได้ ผ้า Cotton ที่มีความเหนียว นุ่ม ละเอียดอ่อน ขาดยาก เป็นมันวาว นิยมนำมาตัดเย็บ เสื้อผ้าเด็ก ชุดเด็ก ของใช้อื่นๆสำหรับเด็กอ่อน ซึ่งมีราคาสูง

2. Cotton Semi ( Cotton 100%) ผ่านกระบวนการผลิตที่ทันสมัย เส้นด้ายที่ได้ จะมีขนาดใหญ่ มีความเนียน นุ่ม และกระด้างระดับกลาง

3. Cotton OE ( Cotton 100%) ผ่านกระบวนการผลิตที่ไม่ค่อยสลับซับซ้อน เส้นได้ที่ได้ จะมีขนาดใหญ่ ที่มีความกระด้างมากกว่าผ้าฝ้ายที่ได้จากกระบวนการผลิต สองแบบข้างต้น ราคาก็จะถูกกว่ามาก

คุณสมบัติของพื้น pu

PU SELF LEVELING คือ การเคลือบพื้นด้วยระบบการปาดโดยช่างเทคนิคที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน มีให้เลือกหลากหลายสีตามเฉดสีมาตรฐาน PU ใช้สำหรับเคลือบพื้น ที่ใช้งานค่อนข้างหนัก รองรับแรงกดทับ การเสียดสีได้ดี มีความแข็งแกร่งมาก ทนทานต่อสารเคมี ทนอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงแบบฉับพลันได้ดี (-40′c ถึง 120′c) ไม่มีรอยต่อ ไม่เพาะเชื้อ มีหลายสีให้เลือก แห้งเร็ว เหมาะสำหรับงานที่มีเวลาหยุดน้อย

คุณสมบัติของพื้น PU ( Polyurethane)

เรียบ ไร้รอยต่อ ทำความสะอาดง่าย
ป้องกันน้ำ หรือน้ำมันซึมผ่าน
ป้องกันการกัดกร่อนจากสารเคมี
ป้องกันการเกิดฝุ่นละออง
ป้องกันการเกิดเชื้อรา และแบคทีเรีย
ทนทานต่ออุณหภูมิร้อนและเย็นได้ดี
ทนทานต่อความชื้นได้ดี ไม่เกิดการโป่งพอง

สามารถทำความหนาได้หลายระดับ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
FLOORCRETE SCREED-MF (ผิวเรียบ,ผิวหยาบ) พื้นโพลียูรีเทน ความหนา 3-6 mm. เหมาะสำหรับพื้นที่เปียกน้ำ เช่น อุตสาหกรรม อาหาร ห้องครัว
FLOORCRETE SCREED-HF (ผิวเรียบ,ผิวหยาบ) พื้นโพลียูรีเทน ความหนา 6-12 mm. เหมาะสำหรับ อุตสาหกรรม อาหาร ห้องเย็น