ถังดับเพลิงที่พบเห็นกันอยู่ทั่วไปจะมีอยู่ 3 สี

ถังดับเพลิงที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันทำไมถึงมีหลากหลายสีมาก แล้วแต่ละสีแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร? ปัจจุบันถังดับเพลิงที่พบเห็นกันอยู่ทั่วไปจะมีอยู่ 3 สี คือตัวถังสีแดง สีเขียว และสีเงินสเตนเลส

สีแดง

ถังดับเพลิงสีแดง คุณลักษณะก็คือเครื่องดับเพลิงชนิด ผงเคมีแห้ง(Dry Chemical) เป็นเครื่องดับเพลิงที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปและนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งไทยและต่างประเทศ เนื่องจากเครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งสามารถใช้กับไฟได้ทุกประเภท Class A, Class B, Class C มีประสิทธิภาพในการดับไฟสูง มีรุ่นที่มี Fire Rating สูงถึง 10A-40B ซึ่งสามารถดับไฟในขนาดกองไฟที่ใหญ่มากลงได้!
สถานที่แนะนำในการติดตั้ง : ติดตั้งได้ทั่วไป ทั้งภายนอกและภายในอาคาร

ยังมีถังดับเพลิงอีก1ชนิดที่ใช้สีแดงเช่นกัน นั่นก็คือเครื่องดับเพลิงประเภท คาร์บอนไดออกไซด์ หรือCo2 วิธีสังเกตุเครื่องดับเพลิงชนิดนี้คือ ปลายสายมีลักษณะใหญ่และบานออก ตัวถังไม่มีเกจ์วัดแรงดัน เครื่องดับเพลิงCo2มีข้อดีคือเมื่อฉีดใช้ ไม่ทิ้งครบสกปรกเหมือนผงเคมีแห้ง แต่ก็มีข้อจำกัดที่แนะนำให้ใช้ภายในอาคารเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เครื่องดับเพลิงชนิดนี้ใช้ได้ดีกับเพลิงที่เกิดจาก Class B และ Class C

สถานที่แนะนำในการติดตั้ง : บ้าน อาคารสำนักงาน ติดตั้งภายในอาคารที่เป็นอากาศปิด ไม่ควรติดตั้งภายนอกที่โดนแสงแดดโดยตรง

สีเขียว

เครื่องดับเพลิงสีเขียว หมายถึงเครื่องดับเพลิงประเภทสารเหลวระเหย Non CFC หรือเรียกว่าสารสะอาด(Clean Agent) เมื่อก่อนเครื่องดับเพลิงที่บรรจุสารเหลวระเหยจะใช้เป็นสีเหลือง บางท่านอาจจะเคยผ่านตามาบ้าง จะบรรจุสารชื่อ Halon1211 ซึ่งมีประสิทธิภาพในการดับไฟสูง แต่ก็มีข้อเสียที่ร้ายแรงเนื่องจากสาร Halon1211 เป็นสารCFCที่ทำลายชั้นบรรยากาศ ทำให้ต้องถูกระงับการจำหน่ายไป ปัจจุบันจึงถูกแทนที่ด้วยเครื่องดับเพลิงสีเขียวแทน ถังดับเพลิงสีเขียวจะมีประสิทธิภาพสูงที่สุดเมื่อใช้ภายในอาคาร สามารถดับไฟได้ทั้ง Class A, Class B และ Class C

สถานที่แนะนำในการติดตั้ง : อาคารสำนักงาน ติดตั้งภายในอาคารที่เป็นอากาศปิด

สีเงิน

เครื่องดับเพลิงสีเงิน หมายถึงเครื่องดับเพลิงประเภทโฟม สาเหตุที่ตัวถังเป็นสีเงินหรือสเตนเลสก็เนื่องมาจากสารที่บรรจุมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก เนื้อสารจะใช้ชื่อว่า Permix Foam หรือ AFFF เมื่อผสมกับน้ำและฉีดใช้จะเกิดเป็นโฟมขึ้นมา ทำหน้าที่ได้ดีในการดับเพลิง Class A เนื่องจากมีส่วนผสมของน้ำ และ Class B โดยเนื้อโฟมจะเข้าไปปิดผิวน้ำมันเพื่อตัดอากาศออกจากกองเพลิง

สถานที่แนะนำในการติดตั้ง : ครัว หรือที่ที่มีความเสี่ยงจากเชื้อเพลิงประเภทน้ำมัน